MoOk_KuNg_Zaa View my profile

Stubborn child

Marco x Ace

PG-13

คำเตือน เนื้อเรื่องดำเนินประดุจเต่าคลาน 

เฮียมัลโก้เป็นลุงเป็ดที่น่าสงสารค่ะ ดังนั้นเราต้องแกล้งเขาต่อไป 

หนูเอสยังหยาบคายค่ะ เพิ่งเริ่มเรียนมารยาท(ฮา) 

 

บทที่ 2 เด็กคนนั้นกับการทำสัตว์เลี้ยงให้เชื่อง

 

 

ดาดันรู้สึกว่าลางสังหรณ์ของตัวเองนั้นแม่นจริงๆ เมื่อเห็นเจ้าลูกชายตัวแสบเข้ามาในบ้านของเธอพร้อมคำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนค้อนสามตันมาทุบหัว

 

‘ดาดันสอนวิธีทำให้สัตว์เชื่องให้ฉันทีสิ’

 

อารมณ์ของดาดันตอนนี้ราวกับเป็นคนแม่วัยทองผู้เกลียดการเลี้ยงสัตว์แล้วจับได้ว่าลูกชายแอบเอาสัตว์มาเลี้ยง เธออยากสวมวิญญาณนางมารแล้วใช้อำนาจสั่งให้ลูกของตัวเองเอามันไปทิ้งซะก่อนที่สักวัน ลูกของตัวเองจะเบื่อแล้วภาระทุกอย่างจะมาอยู่ที่เธอ!

 

เสียแต่ว่าเธอไม่เคยมีอำนาจอะไรกับเจ้าเด็กบ้าตรงหน้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่สิ!!

 

วินาทีแรกที่เธอเห็นเอสอุ้มนกฟ้าหรือฟินิกซ์อะไรนั่นพร้อมลากปลาตัวใหญ่ที่จับได้มา เธอก็สัมผัสได้ถึงลางหายนะเหมือนตอนที่กาฟอุ้มเอสมาฝากให้เธอเลี้ยงไม่ผิด แล้วมันผิดที่จากที่เธอคาดไหมล่ะ

 

กลิ่นไอความซวยมันลอยหึ่งมาจากเจ้านกนั่นชัดเจนจนเธอเห็นออร่าสีดำทะมึน และมันกำลังมีทีท่าว่าจะลามมาทำให้พวกเธอซวยไปด้วยอีกต่างหาก

 

ยอมรับว่ารูปร่างมันสวยงาม ขนเงาเป็นกระกาย แถมยังพูดได้อีก ถ้าเอาไปขายให้พวกเศรษฐีในเมืองคงมีเงินอยู่กินสบายเลี้ยงดูเจ้าพวกลูกน้องได้ไปตลอดชาติ แต่เจ้าเอสกลับมองร่างในอ้อมกอดของตัวเองนิ่งก่อนประกาศชัดด้วยดวงตาไหววูบแปลกไปจากทุกทีจนเธอยังแปลกใจ

 

ฉันจะเลี้ยงมัน…’ 

 

เอสจ้องหน้าดาดันเขม็งจนเธอต้องยอมใจอ่อนให้เข้ามาในบ้านได้ ดาดันเตรียมอุปกรณ์ทำแผลเจ้านกอาภัพที่เลือดเต็มตัว แล้วสั่งให้ลูกน้องเอาปลาทะเลยักษ์ที่เอสล่ามาได้ไปทำอาหารเย็นสำหรับวันนี้ ฝีมือการต่อสู้และการล่าเอสพัฒนาขึ้นแตกต่างจากสองปีก่อนที่เสียซาโบไปมากและเริ่มรู้จักปรับตัวเข้าหาพวกเธอมากขึ้น เริ่มทำตัวเหมือนพวกเธอเป็นครอบครัวขึ้นทีละเล็กละน้อย จากที่เมื่อก่อนทำเหมือนพวกเธอเป็นแค่คนให้ที่อาศัย

 

ที่เจ้าเด็กนี่หยาบคายเธอไม่อยากจะโทษมันฝ่ายเดียวเพราะส่วนนึงมันก็เป็นความผิดของเธอด้วยที่ไม่ได้มอบความรักในการเลี้ยงดูเจ้าเด็กนั่น

 

แต่ที่ผิดที่สุดคือไอ้บ้ากาฟ ที่ชอบผลักภาระให้ชาวบ้าน

 

 

แต่ในเมื่อรับมาเลี้ยงแล้วก็ต้องเลี้ยง แต่ทำยังไงเธอก็ไม่ถนัดกับการเลี้ยงเด็กจริงๆ คิดมาตลอดว่าตัวเองคงเกลียดเด็ก…

 

แต่สองปีก่อนที่เกือบเสียเจ้าพวกนี้ไปมันทำให้พวกเธอรู้ว่าเจ้าเด็กบ้าพวกนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอจริงๆ

 

“แกคิดว่าฉันเลี้ยงสัตว์เป็นรึไง” ดาดันถามกลับหลังจากเงียบมานาน

 

“ก็ไม่คิดหรอก” เอสตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง

 

“หนอย…เจ้าเด็กบ้า! ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยเหรอยะ…ฉันเลี้ยงเป็นย่ะ!” อย่างน้อยฉันก็เลี้ยงแกจนตัวขนาดนี้ได้เลยนะยะ ถึงแม้จะไม่เชื่องเลยก็เถอะ แน่นอนว่าประโยคหลังดาดันได้แต่คิดในใจ

 

“เวลาจะขอให้คนอื่นสอนเขาต้องทำยังไงกันหือ…เอส” จบประโยคนี้ของดาดัน เอสนิ่งเงียบไป หวนนึกถึงคำสอนของมากิโนะที่เขาพึ่งไปขอให้ช่วยฝึกวิชา(?)เรื่องการมีมารยาทต่อผู้คน ซึ่งเอสคิดว่ามันยากยิ่งกว่าไปสู้กับเจ้าทะเลซะอีก บวกกับเจ้าน้องชายตัวแสบลูฟี่คอยป่วนตลอดจนมากิโนะได้แต่นั่งหัวเราะจนสอนต่อไม่ไหวทำให้การฝึกวิชาของเขาไม่คืบหน้าเสียที

 

“ได้โปรดช่วยหน่อยสิฟะ เดี๋ยวให้กินเนื้อตอบแทนนะ” บทเรียนที่ผ่านมาบวกนิสัยส่วนตัวและคำพูดของน้องชาย หลวมรวมเป็นประโยคเดียวได้อย่างลงตัว จนดาดันอยากจะร้องไห้

 

“ต้องเป็นขอความกรุณาได้โปรดช่วยสอนให้ผมหน่อยครับคุณดาดันต่างหาก!!” ดาดันสะบัดมือตบมุกทันทีแบบอัตโนมัติเอสมองการกระทำนั้นก่อนพยักหน้าเบาๆแล้วพูดต่อ

 

“ช่วยหน่อย ดาดัน” มันตัดย่อแทบทั้งประโยคเลยนี่หว่า! ดาดันกรีดร้องในใจ

 

.

……

……….

……………

 

ตอนนี้มัลโก้ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายภาพตรงหน้านี้ดี

 

“การทำให้สัตว์เชื่องนะเอส เบสิคเลยก็คือการให้อาหารและให้ความรัก”

 

“อาหาร? เนื้อเหรอ”

 

“เนื้อมันเปลืองย่ะ ไก่มันกินแค่ข้าวเปลือกก็พอ”

 

“แต่ฉันว่าเนื้ออร่อยกว่านะ”

 

“ฉันหมายถึงให้เจ้าไก่ฟ้านั่นกินไม่ใช่แก!!”

 

“…” มัลโก้เงียบมองภาพประหลาดตาของสองแม่ลูกที่กำลังโต้วาทีกันอย่างออกรสในหัวข้อ อาหารของเป็ดหรือไก่ฟ้าคืออะไร (เถียงกันตั้งแต่หัวข้อเรื่องแล้ว) ทั้งสองเถียงกันอยู่หน้าประเทศของเอสหรือก็คือบ้านหลังเล็กขนาดกว้างพอให้เด็กสามารถหลับนอนได้ซึ่งเอสเป็นคนสร้างเองกับมือและมัลโก้ก็กำลังหลับพักผ่อนอยู่ในนั้น เสียงโต้ยังคงเถียงดังไม่หยุดจนผู้ป่วยนอนไม่หลับ ในใจก็ได้แต่คิดว่า ตกลงเจ้าพวกนี้มันกะจะเอาเขาไปเลี้ยงให้ได้จริงๆใช่ไหม

 

ศักดิ์ศรีของหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวชักจะป่นปี้เพราะครอบครัวประหลาดนี้ลงไปทุกที

 

“ฉันกินอาหารเหมือนมนุษย์ปกติ โยอิ” มัลโก้เอ่ยตัดบทการสนทนาของเอสและดาดันก่อนที่สองคนนั้นจะนำเสนอเมนูประหลาดมาให้เขากิน เมื่อมัลโก้พูดจบ เอสหันมามองด้วยความสนใจ ในขณะที่ดาดันได้แต่พึมพำว่าเปลือง เปลือง เปลือง

 

“เอ๋ ประหลาดดีแฮะ เป็ดแท้ๆ แต่กินอาหารของคนเหรอเนี่ย” เอสพูดขึ้นมา ก่อนลุกขึ้นจากพื้นหน้าบ้านเดินเข้ามายกตัวมัลโก้มาตั้งไว้ที่หัวของตน

 

“ฉันไม่อยากให้เด็กแบบแกมาว่าหรอกนะ โยอิ”

 

 

“แกเป็นเป็ดที่ปากดีที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลยว่ะ รู้ป่ะ” พูดเสร็จก็ทำหน้านึกได้ “อ๊ะ แกเป็นเป็ดตัวแรกที่พูดได้นี่นาถ้าฉันเคยเจอก็แปลกสิเนอะ”

 

 

ไม่ต้องมาเอากำปั้นทุบมือแล้วทำหน้าเหมือนเข้าใจแล้วเลย โยอิ

 

โครก…

 

ท้องร้องผสานเสียงระหว่างเอส ดาดันและมัลโก้ มันทำให้มัลโก้แทบอยากจะกระโดดลงจากหัวของเอสแล้วมุดดินหนีด้วยความอับอายที่ต้องมาท้องร้องพร้อมกับครอบครัวประหลาดนี้ เอสหัวเราะล้อเลียนมัลโก้ว่าเป็ดท้องร้องได้ด้วยเหรอ ก่อนจะเข้าไปในบ้านใหญ่ของดาดันเพื่อกินอาหารเย็นที่ตนล่ามาได้…

 

สงครามแย่งอาหารขนาดย่อมๆได้เกิดขึ้นทันทีที่เหล่าสมาชิกโจรป่าพร้อมหน้า เสียงตะโกนและเสียงข้าวของตกแตกดังก้องไปทั่ว ทุกคนสวมวิญญาณซอมบี้ผู้หิวโหยรุมแย่งอาหารกันอย่างดุเดือด ทุกอย่างเป็นเหมือนปกติเช่นทุกวันจนเป็นความเคยชินของครอบครัวโจรป่า แต่ไม่ปกติสำหรับสมาชิกใหม่ที่พึ่งมาอยู่

 

มัลโก้คิดว่าที่เรือของหนวดขาวก็มีการแย่งของกินจนชินตาแล้ว แต่พอมาเจอเจ้าพวกนี้แย่งกันกินก็รู้สึกว่าสิ่งที่เคยเจอมาดูจะเป็นเรื่องเล็กไปเลย

 

มัลโก้เหลือบสายตาไปมองคนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มที่ตอนนี้มีเนื้อชิ้นใหญ่อยู่ในมือหลังจากที่ซัดชายร่างใหญ่ลงไปนอนสองคน ก่อนหันไปมองผู้หญิงเพียงคนเดียวในบ้านที่ตอนนี้ก็กำลังเจอศึกหนักไม่แพ้กัน

 

ไม่มีแววว่าจะพวกนั้นจะเอาอาหารมาให้เขากินเลยสักนิด มัลโก้สรุปจากสิ่งที่เห็น ค่อยยกตัวเองที่บาดเจ็บไปยังอาหารที่หล่นอยู่ไม่ไกลตัว แต่ทว่า…

 

ผลั๊วะ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ปัง!

 

“ของฉันโว้ยยย” เหล่าโจรป่าแห่งครอบครัวดาดันต่างตะโกนแล้วมายื้อแย้งเนื้อที่หล่นอยู่ทันที

 

“ของฉันต่างหาก!”

 

ถ้ามีข่าวออกมาว่าฟินิกซ์มัลโก้ถูกชาวบ้านที่ไหนก็ไม่รู้ถีบกลิ้งไปสามตลบจบด้วยการชนกำแพงบ้านโครมใหญ่คงถูกหัวเราะเยาะแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน (ยกเว้นเจ้าซัจที่มันจะพร้อมเชื่อเสมอ)

 

 

แต่ตอนนี้เหตุการณ์นั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว!!

 

 

 “ก…แก ” มัลโก้ส่งเสียงออกมาอย่างเหลืออด สายตาจ้องมองไปยังสงครามเบื้องหน้าด้วยแววตามุ่งมั่นมากกว่าที่เคยพร้อมจิตสังหาร

 

“ถ้าฉันแย่งเนื้อมาจากพวกแกไม่ได้กว่าเรียกฉันว่าฟินิกซ์อมตะอีกเลย โยอิ!!!” ว่าแล้วมัลโก้ก็พุ่งเข้าไปสู่สงครามแห่งการมีชีวิตรอดอย่างไม่เกรงกลัวในทันที

 

 

สุดท้ายก็ได้แค่กระดูดติดเศษเนื้อมาชิ้นเดียว…

 

ได้แต่นึกสาปส่งร่างกายที่บาดเจ็บและอ่อนแอลงจนโดนยำเละไม่เป็นท่า สุดท้ายก็กระเด็นออกมานอกวงอย่างหมดท่าพร้อมกับกระดูกที่คาบในปากไว้ได้ทัน เขาสาบานด้วยชีวิตว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่มีทางหลุดไปถึงหูของใครหน้าไหนเด็ดขาด โดยเฉพาะกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวเพื่อนพ้องของตัวเอง

 

รู้เมื่อไหร่โดนล้อยันวันตายแน่ๆ… โยอิ

 

เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่สาปแช่งตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

 

กาฟ!!ฉันขอสาปแช่งแก…โยอิ  ขอให้แกต้องเสียของรักของหวงของแกไปซะ!!!

 

โดยหารู้ไม่ว่าคำสาปแช่งนั้นจะเป็นจริงในอีกไม่นาน….

 

“เอ้า… นี่ของแก เจ้าเป็ด” เสียงของเอสเรียกสติของมัลโก้ที่กำลังดำลึกเข้าไปในห้วงแห่งความแค้นและการสาปแช่ง พร้อมกลิ่นหอมของอาหารที่โชยออกมาทำให้เสียงท้องของเขาร้องออกมาอีกครั้ง

 

“ทำไม…” มัลโก้หลุดถามออกมาในขณะที่สายตายังจับจ้องไปที่เนื้อ เมื่อกี้เขาเห็นว่าพวกนั้นและเด็กนี่แทบจะฆ่ากันตายเพื่อแย่งเนื้อก้อนนี้แล้วทำไมถึงเอามาให้เขา เอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของมัลโก้ก่อนตอบขึ้นเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร “ก็นายเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน ฉันก็ต้องดูแลสิ ไว้วันหลังฉันจะล่าเฉพาะของนายมาเพิ่มด้วยก็ได้นะ”

 

“…” มัลโก้เงียบ เขามองก้อนเนื้อที่วางอยู่ตรงหน้านิ่งก่อนตัดสินใจที่จะกินมันเข้าไปแบบไม่กลัวเสียศักดิ์ศรี

 

เขาตัดสินใจแล้วว่าตอนนี้เขาไม่ใช่มัลโก้หัวหน้าหน่วยที่หนึ่งแห่งกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวอีกต่อไปแต่เป็นแค่นกบาดเจ็บที่กำลังถูกช่วยเหลือ

 

แค่ตอนนี้… แค่ตอนนี้เท่านั้น

 

จนกว่าตัวเองจะแข็งแรงและกลับเป็นเหมือนเดิม

 

เมื่อวันนั้นมาถึงเขาจะกางปีกออกให้สุดแล้วบินกลับรังของตัวเองโดยทิ้งทุกสิ่งที่นี่ไว้เพียงเบื้องหลัง

 

 

“เฮ้ เจ้าหนู…” มัลโอ้เอ่ยขึ้นหลังจากจิกเนื้อคำใหญ่เข้าปาก

 

“อะไร” เอสขานกลับ ดวงตาสีดำรัตติกาลของเขาจดจ้องทุกการกระทำของสัตว์เลี้ยงตัวแรกไม่วางตา “แกชื่อเอสสินะ…โยอิ” มัลโก้ถามเอสจึงพยักหน้าเบาๆตอบรับว่าใช่

 

“ขอบใจ โยอิ”

 

ตอนนั้นเองที่มัลโก้ได้เห็นรอยยิ้มกว้างของเจ้าเด็กประหลาดตรงหน้าเป็นครั้งที่สอง

 

“ฮี่ ฮี่ ไม่เป็นไร”

 

………

…..

..

.

 

“แกกับฉันต้องนอนด้วยกัน” เอสยืนยันเสียงหนักแน่น เมื่อมัลโก้ปฏิเสธที่จะนอนด้วยกันกับตน

 

“มันอึดอัด แถมฉันก็ยังบาดเจ็บอยู่…โยอิ” มัลโก้พยายามให้เหตุผลเมื่อเอสเริ่มสวมวิญญาณเด็กเอาแต่ใจ

 

แถมรับมือยากสุดๆ…โยอิ

 

เอสทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจเมื่อสัตว์เลี้ยงไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอสอุ้มมัลโก้ไปนอนที่เตียงทันทีโดยไม่สนเสียงค้านอีกต่อไป

 

“แต่แกเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน!” ไม่เกี่ยวกันสักนิด! มัลโก้คิดแย้ง

 

“ตกลงแกอยากได้สัตว์เลี้ยงหรือตุ๊กตากอดตอนนอนกันแน่…โยอิ เหงานักรึไง เจ้าหนู” มัลโก้พึมพำกับตัวเองเมื่อสู้แรงของเด็กไม่ได้ เขายอมรับเลยว่าไอ้เด็กนี่แรงเยอะแถมมือเหนียวแน่นอย่างกับตุ๊กแก

 

“เงียบไปเลย!!” แต่เหมือนเอสจะได้ยินเอสจึงตะโกนออกมาเสียงดัง ใบหน้าตกกระนั้นขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย

 

“…” แล้วก็เงียบไปทั้งสองฝ่าย

 

เดาถูกรึเนี่ย มัลโก้คิดพลางเหงื่อตก

 

สิ่งที่รับมือยากกว่าเด็กเอาแต่ใจก็คือเด็กขี้เหงานี่แหละ ไอ้เขาก็ไม่ถนัดการเลี้ยงเด็กเสียด้วยสิ

 

“…”

 

“…”

 

 ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมห้องในบ้านหลังเล็กๆ เหลือแต่เสียงของลมและใบไม้ที่ปลิวว่อนในยอมค่ำคืนเป็นบทเพลงกล่อมหลับแห่งผืนป่า แสงจันทร์สาดส่องเข้ามากระทบร่างสองร่างที่กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

“นี่…. เจ้าเป็ด….”

 

“…”

 

“นี่หลับแล้วเหรอ… นี่…เจ้าเป็ด….เจ้าเป็ด….”

 

“อะไร โยอิ”

 

“…”

 

“มีอะไรก็รีบพูดมา ฉันจะนอนแล้ว โยอิ”

 

“ขอกอดหน่อย”

 

“…!?”

 

“นะ…”

 

“จะทำอะไรก็ทำ” มัลโก้ตอบกลับแบบไม่ใส่ใจ ยังไงต่อให้เขาปฏิเสธเจ้าเด็กตรงหน้าก็คงคิดจะทำเหมือนเดิม เอสขยับร่างของมัลโก้เข้ามาในอ้อมกอด รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนหน้าของเอสแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป มันดูเศร้าอย่างประหลาด

 

“นี่ เจ้าเป็ด…”

 

“…”

 

“ฉันรู้นะว่าแกแกล้งหลับ”

 

“มีอะไรอีก จะนอนแล้วไม่ใช่รึไง โยอิ”

 

“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของฉันล่ะ” ออ… เด็กก็เป็นแบบนี้ล่ะนะ คงอยากให้ใครสนใจในวันพิเศษของตัวเอง มัลโก้คิดแต่ก่อนที่ตัวเองจะได้เอ่ยอวยพรตามมารยาทก็ต้องชะงักไปเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างกายที่กำลังโอบกอดเขาอยู่มันสั่นระริกจนน่าใจหาย เอสกระชับอ้อมกอดของตนแน่นขึ้น ก่อนเอ่ยขออะไรบางอย่างกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่อีกครั้ง

 

“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ…”

 

“…”

 

“…”

 

“…”

 

“นี่เจ้าเป็ด…”

 

“อะไรอีกล่ะ โยอิ”

 

“นายคิดว่าฉันควรเกิดมารึเปล่า”

 

“?”

 

“ช่างเถอะ… นอนกันดีกว่า”

 

มัลโก้ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนอนเท่าไหร่แล้ว แต่เสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่เป่ารดหัวของตนอยู่บ่งบอกว่าเด็กน้อยหลับไปแล้ว มัลโก้ถอนหายใจหวนนึกไปถึงร่างกายที่สั่นระริกของเอส ก่อนตัดสินใจขยับตัวเข้าไปซุกตรงแผ่นอกเล็กๆของเด็กที่ยังไม่เติบโตให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นก่อนค่อยๆปรือตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกคน

 

ไม่รู้ว่าเจอเรื่องอะไรมา แต่ครั้งนี้จะยอมให้สักครั้งก็ได้ โยอิ

 

 

TBC

 ภาพประกอบ

ภาพใหญ่ http://i1028.photobucket.com/albums/y349/letsdance12/0012_zps09b48d44.png

วาดด้วยความคึกค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ภาพเอาไปใช้ได้ตามใจชอบเลยค่ะ แต่อย่าลบลายเซ็นก็พอ

 

มีคนถามว่ามัลโก้ตัวใหญ่อยู่บนหัวเอาได้ไง เราลืมบอกเองว่าขนาดมันหดลงด้วย

 

จะเป็นราวๆนี้ค่ะ (วาดลวกมาก เสร็จในสามนาที ฮ่าๆๆๆ)

 

 

 

 

ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย จบไปอีกตอน

 

สรุปตอนนี้เอสก็ยังไม่รู้ชื่อของมัลโก้ เรียกเจ้าเป็ดเหมือนเดิม

 

เนื้อเรื่องเดินช้าเป็นเต่าตนุ จะปูความสัมพันธุ์ไปเรื่อยๆนะคะ

 

ตอนหน้าลูฟี่กลับมาจากหมู่บ้านแล้วค่ะ เตรียมพบกับหายนะของเฮียโก้เลยค่ะ //โดนหมัดเคลือบฮาคิต่อยกระจุย

 

สรุปเรื่องนี้มี NC ค่ะ แต่ตอนโตนะ ตอนเด็กมันคุกกกกกกกกก ท่องไว้ค่ะทุกคน คุกๆๆๆๆ

 

เรื่องนี้จะยาวจนไปถึงเอสโตขึ้นแล้วได้ออกเดินทางจนสุดท้ายได้ขึ้นเรือหนวดขาวเลยค่ะ เป็นมหากาพที่มีแววว่าจะได้ดองกันแน่นอน//หนี

 

คำผิดบอกได้เสมอนะ 

 

edit @ 2 Jul 2014 23:28:16 by MoOk_KuNg_Zaa

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดด ชอบมากเลยค่ะ ดีงามที่สุดแต่งดีมาก อัพเถอะค่ะ เรารออยู่นะคะ

#3 By bb (58.136.157.48|58.136.157.48) on 2015-07-26 22:34

โอ๊ยยยย ตลกกกก กลายเปนเป็ดซะได้
โอ๋ๆ เป็ดน้อยอย่าร้องนะ 555
เอสน่ารักมากกกกกกก พ่อหนูขี้เหงามาๆ มารับ
อ้อมกอดของเก๊าเร็วววววว

#2 By bam on 2015-05-15 16:03

กรี๊ดดดดดดดดดดด อยากจะกรีดร้องดังๆเมื่อเจอฟิคนี้ โอ้ยยยย สนุกมาก มุ้งมิ้งมาก เอสกับมัลโก้น่ารักจริงๆ สำหรับเราที่เป็นติ่งเอสเหมือนเจอโอเอซิสเลย ฟิคไทยหาอ่านยากยิ่งกว่าหาเห็บบนตัวมัลโก้อีก ฮือออออออ 
ขอเป็นกำลังให้และจะรอคอยNCนะคะ ถถถถถถถถถถ

#1 By พีซชี่ผู้รักมัลโก้เอส (27.145.50.170|27.145.50.170) on 2014-07-20 16:41

Recommend