MoOk_KuNg_Zaa View my profile

Marco x Ace

PG-13

คำเตือน เนื้อเรื่องดำเนินประดุจเต่าคลาน 

เฮียมัลโก้เป็นลุงเป็ดที่น่าสงสารค่ะ ดังนั้นเราต้องแกล้งเขาต่อไป 

 

บทที่ 1 เด็กน้อยคนนั้นกับเป็ดของเขา 

 

 

 

“เฮ่! มัลโก้ นายจะหลับยันตะวันส่องก้นเลยรึไงฟะ…ตื่นได้แล้วเฟ้ย ฉันมีเรื่องเจ๋งๆมาอวด” เสียงกวนประสาทแบบนี้มัลโก้รู้ทันทีเลยว่าเจ้าซัจมันมาหาเรื่องกวนเวลาพักผ่อนส่วนตัวของเขาอีกแล้ว มัลโก้พ่นลมหายใจแรงๆหนึ่งครั้งก่อนลุกขึ้น ส่งสายตาเชิงถามมันว่ามีอะไร

 

“มานี่เลย…มาๆ ตอนนี้ทุกคนกำลังรอนายอยู่” ไม่ว่าเปล่ายังฉุดกระชากลากถูเขาให้ลงมาจากดาดฟ้าเรือ เมื่อเขาลงจึงได้เห็นว่าเหล่าหัวหน้าหน่วยแห่งกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวกำลังนั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับลูกเรือคนอื่นๆ แถมพ่อเองก็นั่งกลางวงอีกด้วย

 

“ตกลงมีเรื่องอะไรกัน…โยอิ” มัลโก้เอ่ยถามด้วยความสนใจมากขึ้นเมื่อเห็นทุกคนพร้อมหน้า บางทีเรื่องที่เจ้าซัจจะมาอวดอาจจะมีอะไรมากกว่าที่คิด

 

“เบื่อลูกตื้อของเจ้าซัจน่ะ” ไดม่อน โจสหัวหน้าหน่วยที่ 3 เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก “แหม ใจร้ายจังนะนาย ฉันรู้หรอกว่านายเองก็สนใจ” ซัจหันไปแขวะทันทีที่โดนใส่ร้าย(?)

 

“บังเอิญงานเสร็จเร็วเลยได้กลับมาน่ะ เห็นเจ้าบ้าซัจมันระริกระรี้เลยมาดูสักหน่อย” อิโซแห่งหน่วยที่ 16 พูดขึ้น ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายผู้หญิงจากเครื่องสำอางเหลือบไปมองบุคคลเจ้าของหัวข้อสนทนาที่ตอนนี้กำลังไปรื้ออะไรบางอย่างจากกระเป๋าของตัวเอง

 

“ลูกชายมีเรื่องอยากจะบอก คนเป็นพ่อก็ต้องมาดูสิ จริงไหม” อา…ตอบสมกับเป็นพ่อหนวดขาวล่ะนะ มัลโก้คิด ทางด้านซัจหลังจากรื้อกระเป๋าจนได้ของที่ต้องการก็ยิ้มพอใจ ในมือของเขามีหนังสือนิตยสารเล่มนึงอยู่ ชายหนุ่มเดินก้าวไปยังกลางวงของเหล่าพวกพ้องกระแอมไอสองสามทีด้วยท่าที่ตนคิดว่าเท่ที่สุดเพื่อสร้างมาด เหล่าลูกหน่วยที่ 4ของซัจต่างปรบมือเสียงดังให้กับหัวหน้าหน่วยของตน ในขณะที่กลุ่มอื่นๆเริ่มทำหน้าระเหี่ยใจ และแล้วซัจก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่ตนไปพบมา

 

“วันนี้ฉันไปเที่ยวเกาะเดรสโรซ่ามากับหวานใจ…”

 

“โดนผู้หญิงหลอกกินเงินอีกแล้วสินะ…” ฮารุตะหัวหน้าหน่วยหญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวเอ่ยขัด

 

“หุบปากไปเลย!!” ซัจหันไปตะโกนใส่หน้าเจ้าหล่อนทันที “มาต่อกันดีกว่านะ…ถึงไหนแล้วหว่า เอ้อ ฉันไปเที่ยวกับหวานใจมา เธอน่ารักสุดๆเอาอกเอาใจฉันตลอด แถมตอนกลางคืนก็เร่าร้อนใช่ย่อย หึ! หึ!” ว่าแล้วก็เผลอหัวเราะหื่นออกมา ”….มองหน้าฉันแบบนั้นหมายความว่าไงฟะ ยัยบ้าฮารุตะ เจ้าบ้าอิโซ เข้าเรื่องก็ได้ฟ่ะ เธอให้หนังสือเล่มนี้กับฉันมา มันเป็นหนังสือวิเศษทำนายอนาคตได้!!”

 

“ก็แค่นิตยสารทำนายดวงธรรมดาๆไม่ใช่รึไง” วิสต้าหัวหน้าหน่วยที่ 5 เอ่ยขัด

 

“ใช่…! เอ้ย ไม่ใช่ มันไม่ใช่นิตยสารดวงธรรมดาๆนะ เพราะมันแม่นมาก มันทำนายดวงตรงกับชีวิตฉันทุกอย่างเลย” ซัจเอ่ยแก้ตัว ทำให้ทุกคนเริ่มกลับมามองอย่างสนใจใหม่ว่าชายหนุ่มช่างจ้อตรงหน้าจะพูดอะไรออกมาอีก

 

“แล้วมันทำนายว่าไงล่ะ โยอิ” มัลโก้เอ่ยถามเมื่อคนเล่าเริ่มเล่นตัว

 

“อ่ะห๊ะ แหม…แหม… นายเองก็อยากรู้สินะมัลโก้ บอกให้ก็ได้” จังหวะนี้นี่เองที่มัลโก้รู้สึกคิ้วกระตุกกับความกวนประสาทของมัน “ชีวิตของฉันช่วงนี้จะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ สาวๆจะเข้ามารุมล้อม เงินจะไหลมาเทมา เห็นไหมตรงกับชีวิตฉันสุดๆ”

 

ชิวิตในจินตนาการของแกสินะ…ทุกคนคิดพร้อมกันพลางส่ายหน้า เหล่าหัวหน้าหน่วยเริ่มทยอยลุกขึ้นยืนและเตรียมตัวเดินจากไปเมื่อสรุปได้ว่าเจ้าหัวหน้าหน่วยที่สี่มันเอาเรื่องไร้สาระมากรอกหูอีกแล้ว ในขณะที่หนวดขาวผู้เป็นพ่อกำลังหัวเราะขำขันกับท่าทีต่างๆของเหล่าลูกชายลูกสาว

 

“เดี๋ยวสิ เฮ้ อย่าพึ่งไปสิพวกนาย…โดยเฉพาะนายมัลโก้!!” มัลโก้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อตนเป็นเป้าหมายสูงสุดของเจ้าบ้าซัจ “ ฉันเทียบวันเกิดนายกับราศีของนายในหนังสือดวงเล่มนี้แล้ว พ่อให้งานนายที่ชาบอนดี้เร็วๆนี้ใช่ไหม!!”

 

“ใช่แล้ว” หนวดขาวเอ่ยตอบแทนมัลโก้

 

“ยกเลิกงานนั้นได้ไหมพ่อ…” ซัจหันไปคุยกับหนวดขาว “…ในหนังสือนี้มันทำนายดวงของมัลโก้ออกมาแบบนี้ ผมไม่อยากให้หมอนั่นออกจากเรือเลย เอ๊ะ แต่ถ้าให้ออกไปมันก็มีเรื่องดีอยู่เหมือนกันนา…” ซัจลากเสียงยาวปิดท้ายเพื่อดึงความสนใจของเพื่อนๆและมันก็ได้ผล เหล่าพวกพ้องที่เดินออกไปแล้วเดินกลับมาทันทีที่ได้ยินว่าคราวนี้เป็นเรื่องของมัลโก้ จนมัลโก้รู้สึกอยากจะเตะเจ้าพวกบ้านี้ลงทะเลเรียงตัว

 

“มีอะไรก็รีบพูดสิฟะซัจ ฉันไม่ได้ว่างงานเหมือนแกนะโว้ย” นามูร์ หัวหน้าหน่วยที่เป็นเงือกเพียงคนเดียวในกลุ่มหนวดขาวพูดขึ้นบ้าง เมื่อเจ้าคนทิ้งระเบิดดันเงียบแล้วมองมาทางพวกเขาประมาณว่าตูเหนือจนน่าเตะ

 

“แหม่ รีบร้อนกันจังนะ ความจริงก็แบบสนใจกันล่ะซี่----!! แล้วเธอจะชักดาบออกมาทำไมห๊ะ ฮารุตะ!! ชิส์…เล่าเลยก็ได้” ว่าเสร็จก็กระแอมไอเข้าพิธีการเล่าเรื่องอีกครั้ง

 

“จากการที่ฉันอ่านคำทำนายจากหนังสือเล่มนี้สำหรับคนที่เกิดวันเดียวราศีเดียวกับมัลโก้นั้นจะพบกับ….” เว้นช่วงนิดนึงเพื่อความตื่นเต้น ตอนนี้มัลโก้รู้สึกจริงๆแล้วว่า เขาควรเตะเจ้าคนมากลีลานี้ลงน้ำได้แล้ว

 

“หากเขาออกเดินทางไปจากบ้านของเขา เขาจะพบความซวยยากจะหยั่งถึง!!” พูดจบ เหล่าลูกเรือโจรสลัดหนวดขาวก็ร้องฮือหือออกมาพร้อม

 

“ซวยซ้ำซวยซาก ซวยล้านชั้น!!” โอโห เหล่าคนฟังประสานเสียงกันอีกครั้ง

 

“ซวยเช็ด ซวยโคตรๆ ซวยเช็ดโคตรๆ” อูหู!!!

 

“ตกลงคือฉันดวงไม่ดี ว่างั้นสิ…โยอิ” มัลโก้เอ่ยขัดเพราะทนเห็นท่าทางโอเวอร์แอ๊คติ้งของเหล่าเพื่อนพ้องต่อไม่ได้

 

มันน่าจับอัดเรียงตัวจริงๆ ให้ตายเถอะ…โยอิ

 

“ไม่ ไม่ มัลโก้ อันนั้นมันแค่น้ำจิ้ม” ซัจทำหน้าประมาณว่านายพลาดแล้วใส่มัลโก้ พลางส่ายหน้าไปพลางทำเสียงจุ๊ๆไปพลาง แล้วโบกนิ้วชี้ด้วยท่าทางมีลับลมคมใน ทำให้มัลโก้ต้องกระโจนไปล๊อคคอด้วยความหมั่นไส้อย่างอดไม่อยู่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆและพ่อ

 

“มีอะไรก็รีบพูด…โยอิ แกกำลังขัดเวลานอนของฉันอยู่นะ ไอ้บ้าซัจ” มัลโก้เอ่ยเสียงขู่แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ เมื่อคนโดนล๊อคคอกลับหัวเราะเสียงดัง

 

“ฮ่าๆๆ ก็ได้ๆ ในความซวยนั้น มันเจ็บปวดก็จริง แต่มันก็จะมีแสงสว่างส่องลงมายังแก” เสียงหัวเราะรอบด้านเริ่มเงียบลงเพื่อรับฟังคำทำนายที่เชื่อถือไม่ได้แต่น่าสนใจจากซัจ

 

“มันจะปลอบประโลมแก และเปลี่ยนตัวแก” พอซัจเข้าโหมดจริงจัง เหล่าคนฟังอดคิดไม่ได้จริงๆว่าแอบรู้สึกคล้อยตามคำพูดของมัน แม้กระทั่งมัลโก้ที่กำลังล๊อคคอซัจอยู่เองก็ตาม

 

“แกจะเจอเนื้อคู่ว่ะ มัลโก้!!!”

 

ประโยคสุดท้ายซัจตะโกนขึ้นมาสุดเสียงให้ได้ยินกันทั่วถึง เรียกเสียงโห่แซวจากคณะคนฟังได้อย่างล้นหลาม

 

“เฮ้ยยยย จริงดิ วี้ดวิ้วววววววววววว”

 

“มัลโก้กำลังจะได้เมียเรอะ!!!”

 

“แกว่าเนื้อคู่หมอนั่นแก่กว่าหรือเด็กกว่าวะ”

 

“ฉันว่าสเปกมัลโก้มันน่าจะเป็นสาวมีอายุ”

 

“หัวหน้าหน่วยเราขายออกแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยย“

 

“ฮ่าๆๆๆ” แม้กระทั่งหนวดขาวยังหัวเราะ

 

 

“หุบปากไปเลยไอ้พวกบ้า!!!” มัลโก้ตะโกนอย่างเหลืออดกับปฏิกิริยาของคนอื่นๆ ทำให้หนวดขาวหัวเราะหนักยิ่งกว่าเก่า จนมัลโก้ต้องหันไปทำหน้างอง้ำใส่พ่อของตัวเองที่เป็นไปกับเขาด้วย

 

“เชื่อถือไม่ได้สักหน่อย โยอิ!! ฉันไม่คิดที่จะหาแฟนหรอกนะ” เขาแย้งเสียงแข็ง ซัจจึงแหย่ไปว่า “คนที่พูดแบบนี้มักแต่งก่อนชาวบ้านนะสหาย”

 

“ฮิ้ววววววววววววววววววววววววววววว” โดนล้อหนักกว่าเก่าเสียอีก

 

 

“พอเลยพวกแก ฉันหมดอารมณ์ที่จะกลับไปนอนแล้ว ใครที่ต้องไปเกาะชาบอนดี้กับฉันตามมาเลย ได้เวลาทำงานแล้ว!! โยอิ” มัลโก้ถือโอกาสหนีไปทำงานตัดปัญหาซะเลย เหล่าคนที่ต้องไปด้วยกันกับมัลโก้พร้อมใจกันที่จะโห่ร้องขอความเป็นธรรมจากหัวหน้าหน่วยของตน รู้สึกเหมือนตัวเองป่วยกะทันหันด้วยโรคขี้เกียจ จนมัลโก้ต้องเข้าไปลากออกมาจากวงสนทนาด้วยตัวเอง

 

คำทำนาย เนื้อคู่….?

 

ก็แค่เรื่องงมงายไร้สาระน่า…โยอิ

 

.

…….

……………

………………………

…………………………….

 

 

มัลโก้รู้สึกว่าเปลือกตาของตัวเองหนักอึ้ง เขาเริ่มรู้สึกตัวแล้วหลังจากที่หลับแล้วฝันเรื่องไม่เป็นเรื่องของเจ้าบ้าซัจก่อนที่เขาจะออกมาจากเรือของพ่อแล้วมาโดนจับที่ชาบอนดี้ แต่มัลโก้กลับขยับร่างกายไม่ได้แม้แต่นิด สิ่งที่เขารับรู้ได้ในตอนนี้เขากำลังนอนอยู่บนพื้นไม้แข็งๆที่มีกลิ่นไม้เก่า และมีเสียงคนอยู่ที่ดังอึกทึกรอบตัว

 

คงถูกช่วยไว้จากทะเล…อย่างน้อยก็รอดตายแล้ว

 

ให้ตายเถอะ คำทำนายที่เจ้าบ้าซัจพูดมันดันตรงซะได้ แถมยังมาหลอกหลอนในฝันอีกต่างหาก โยอิ…

 

“แกไปเอาตัวอะไรมาน่ะเอส” เสียงผู้หญิงที่ฟังดูมีอายุติดห้าวหน่อยๆดังขึ้นระหว่างที่ตัวของมัลโก้ถูกยกขึ้นด้วยมือข้างเดียว เขาสัมผัสได้ว่ามีผ้าเนื้อนิ่มกำลังค่อยๆพันรอบตัวของเขาเอง

 

ผ้าพนแผลสินะ….เดี๋ยวนะ ร่างของเขาถูกยกขึ้น?

 

“เป็ดนี่มันแปลกดี ถึงจะน่าอร่อย แต่สีขนมันสวยเลยคิดว่าลองเลี้ยงไว้เท่ๆดีกว่า ลูฟี่เองก็คงชอบ” คราวนี้เป็นเสียงเด็กผู้ชายพร้อมคำพูดแปลกๆที่ทำให้มัลโก้ต้องคิดวิเคราะห์ในใจเพื่อสรุปสถานการณ์ตอนนี้

 

เป็ด…ได้ยินคำนี้แล้วก็เห็นภาพหลอนของเจ้าบ้ากาฟขึ้นมาทันที มัลโก้ตั้งสติใหม่ลบภาพหลอนนั้นออกไปจากหัว ตอนนี้เขารู้สึกว่าร่างกายตัวเองแปลกไปจากปกติจนเขาชักสังหรณ์ไม่ดี มัลโก้พยายามลืมตาขึ้นและครั้งนี้มันก็สำเร็จ…. แต่สิ่งที่เขาเห็นมันทำให้เขานิ่งค้างไป

 

ภาพร่างของเขาที่ปกคลุมไปด้วยขนนกสีฟ้าประกาย แต่ไม่ได้ปกคลุมด้วยไฟสีน้ำเงินเช่นทุกครั้ง กลายเป็นฟินิกซ์ไร้เพลิงที่กำลังถูกอุ้มและพันแผลโดยสาวร่างใหญ่หน้าโหด

 

“เป็ดที่ไหนล่ะ ไอ้เด็กโง่ นี่มันไก่ฟ้าชัดๆ”

 

 “ฟินิกซ์ต่างหาก โยอิ!!!”  หลุดตะโกนใส่หน้าเจ้าหล่อนทันทีอย่างลืมตัว ทำให้เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบตัว

 

“เฮ้ย เจ้านกนั่นบอกว่าตัวเองเป็นฟินิกซ์แหน่ะ หัวหน้า” ชายที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องของผู้หญิงคนนี้พูดพลางหัวเราะอย่างอย่างขบขัน

 

“สรุปโง่ทั้งเอสทั้งหัวหน้าเลยสินะ ฮ่าๆๆๆ” คนอื่นๆก็พูดพลางหัวเราะพลางออกมาเหมือนกัน

 

“พวกแก๊!!อยากตายนักใช่ไหม” ดาดันตะโกนขึ้นพร้อมไปหน้าเขินแดงด้วยความอายแต่ไม่ยอมรับ ส่วนเอสไม่พูดมากเขากระโดดเข้าไปตะลุมบอนกับเจ้าพวกที่ด่าเขาว่าโง่ทันที โดยไม่ปล่อยโอกาสให้แก้ตัว

 

“….” แล้วก็เงียบ

 

“…” โจรป่า

 

“….” ดาดัน

 

“…” เอส