MoOk_KuNg_Zaa View my profile

Fic One piece [Marco x Ace] Stubborn child :: บทนำ

posted on 30 Jun 2014 00:34 by letsdance12







Stubborn child 

Marco x Ace 

PG-13 

คำเตือน หากมีหลุดคาแรกเตอร์ก็ขออภัยนะคะ

 

บทนำ 





ชีวิตนี้ของฉันขออุทิศแด่พ่อ

และไม่เคยคิดว่าจะมอบให้ใครได้อีก

จนกระทั่ง…

 

10 ปี ก่อนที่ลูฟี่จะเดินทางเข้าสู่โลกใหม่

 

กริ๊ก!!

 

เสียงโซ่กระทบพื้นดังขึ้นพร้อมร่างกำยำของชายผู้หนึ่งที่โดนโยนลงไปกองกับพื้น เขากระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพรอบตัว สำลักไอออกมาเป็นเลือดสองสามครั้งก่อนลุกขึ้นมานั่งในท่าปกติโดยที่สายตานั้นจับจ้องไปยังคนที่เป็นต้นเหตุให้ตัวเองมาอยู่ในสภาพนี้

 

มังกี้ ดี กาฟ พลโทแห่งกองทัพเรือ

 

“มองอะไรฟะ…เจ็บใจรึไงที่โดนจับได้น่ะ  มัลโก้” อา…ใช่ ส่วนเขาคือหัวหน้าหน่วยที่ 1 มัลโก้แห่งกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว

 

ส่วนเจ้าแก่บ้าตรงหน้านี่ดันก็โผล่มาแบบสายฟ้าแลบระหว่างที่เขากำลังเจรจาเรื่องพันธมิตรให้พ่อที่ชาบอนดี้โดยการเดิน’ละเมอ’ผ่านวงสนทานาของพวกเขาในเขตนอกกฎหมาย

 

‘อ๊ะ แย่ล่ะเผลอหลับซะได้’

 

คำพูดแรกของกาฟหลังตื่นดังขึ้น พร้อมกับมัลโก้เองที่ได้สติสั่งให้ลูกน้องของตนหนีสุดชีวิตเพราะตอนนี้พวกเขาไม่ได้เตรียมตัวมารับมือกับวีรบุรุษในตำนานแห่งกองทัพเรือ หากปะทะกันคงสูญเสียไม่ใช่น้อย มัลโก้จึงได้แต่สบถแล้วพุ่งเข้าต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาให้ลูกน้องหนีไปได้

 

และสุดท้ายก็จบไม่สวยจนได้

 

ลูกน้องหนีไปได้ทุกคน แต่เขากลับถูกกาฟอัดเต็มแรงจนกระอักเลือดแถมจับมัดด้วยหินไคโรจนหนีไม่ได้ มันน่าเจ็บใจที่หลบไม่ทันแถมโดนจับทั้งๆที่ร่างกายยังไม่ฟื้นฟูจนต้องกลายเป็นแบบนี้

 

ซวยชะมัดเลย โยอิ…

 

เมื่อคิดถึงเรื่องที่ผ่านมามัลโก้ก็ได้แต่นึกประโยคแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ระหว่างนั้นก็พยายามหาทางหนีอยู่ตลอดแต่ทว่ากาฟกลับขัดขวางได้ทุกครั้งราวกับรู้ล่วงหน้าว่าเขาคิดจะทำอะไร ทั้งๆที่เวลาปกติทำตัวราวกับไม่เห็นว่ามัลโก้อยู่ตรงหน้าด้วยซ้ำ

 

เหล่าทหารเรือที่มองฉากต่อสู้ทางสายตาเพียงฝ่ายเดียวของมัลโก้ได้แต่ทำท่ากระอักกะอ่วนใจ ก่อนที่จะมีผู้กล้ารายแรกเอ่ยขึ้นมา

 

“อ่า.. พลโทกาฟครับ ผมคิดว่าพวกเราควรรายงานศูนย์บัญชาการใหญ่แล้วรีบส่งตัว ฟินิกซ์มัลโก้ไปยังคุกอิมเพล…”

 

“อ้า!! ฉันคิดถึงหลานของฉันจัง ไปอีสท์บลูกันเถอะ!!”

 

“ห๊ะ!!” เหล่าคนฟังร่วมใจกันอุทานอย่างพร้อมเพรียง มัลโก้เบิกตากว้างมองคนพูดรู้สึกอยากจะยกมือแล้วเอานิ้วมาแคะขี้หูเผื่อตัวเองหูฝาด ทหารเรือคนเดิมได้สติก่อนเอ่ยแย้งด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะบอกว่า งานเข้า “ต…แต่ว่าโจรสลัด…”

 

“ช่างมันสิ! ฉันคิดถึงหลานนี่นา”

 

ช่างมันเรอะ!!!!  ถ้าสามารถอ้าปากค้างให้คางตกลงมาเกยกับเข่าได้คงตกไปแล้ว มัลโก้ได้มองวีรบุรุษในตำนานพลางนึกสรรเสริญ’ความอินดี้’ ของเจ้าตัว

 

จากที่เคยเจอกันมาก็รู้อยู่หรอกนะว่าคนตรงหน้าบ้า แต่นี่มันจะบ้าเกินคาดไปไหม…

 

“ฉันจะพาแกไปด้วยละกัน เจ้าเป็ดพิการ”

 

“ฟินิกซ์…! ” มัลโก้แย้ง

 

“ รู้รึเปล่าหลานฉันน่ะน่ารักสุดๆ ถ้าแกเห็นล่ะก็….คร่อก zzZ”



 

“หลับไปแล้วเรอะ!!!!!!!!!!”   

 

อา…จะทำอะไรก็ทำเถอะ

 

 

นับจากเวลาที่โดนจับก็ผ่านมาสามวันแล้ว เรือรบของพลเรือโทกาฟได้ผ่านคามเบลท์มาได้หนึ่งวัน สภาพอากาศในอีสบลูที่เห็นหลังจากมาถึงคือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้ม พร้อมกลิ่นไอฝนที่เป็นเค้าลางว่าจะมีพายุหนักมาเยือนในไม่ช้า

 

สองสามวันมานี้ชีวิตประจำวันของมัลโก้คือนั่งกับนั่งหลับ เสริมหน่อยตรงที่พวกทหารเรือยังใจดีให้เขาทำธุระส่วนตัวได้ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนเขารู้สึกเบื่อหน่ายแบบสุดๆ จากตอนแรกคิดว่านั่งนิ่งๆไปเรื่อยๆไม่ใช่ปัญหาแต่ตอนนี้กลับเขาเริ่มรู้สึกอยากจะลงไปนอนใจจะขาด แต่แรงขยับแทบไม่มีเนื่องจากหินไคโรที่พันอยู่รอบตัว พันกันหลายชั้นจนเขาสงสัยว่าพวกนั้นมันกะจะไม่ให้เขาแกะออกต่อให้มีกุญแจเลยใช่หรือเปล่า แถมเสียงท้องร้องก็ดังระงมไม่แพ้กันสร้างความหงุดหงิดให้คนถูกจับเป็นเท่าตัว

 

ทำอะไรไม่ได้ งั้นก็ล้มตัวนอนขวางทางเดินก็แล้วกัน

 

“เหวออออ”

 

ทันทีที่เขาล้มตัวขวางทาง เหล่าทหารเรือฝึกหัด อย่างกระโดดหลบราวกับหัวหน้าหน่วยที่หนึ่งแห่งกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวเป็นตัวเชื้อโรค มัลโก้ทำหน้าเบื่อหน่ายแบบปกติก่อนค่อยๆข่มตาหลับเพื่อที่ว่าจะได้ลืมๆความรู้สึกหิวไปบ้าง

 

โครก….

 

หิวชะมัดเลย…โยอิ

 

“ไหงแกมานอนเกะกะแบบนี้ฟะ” มัลโก้ลืมตาขึ้นทันทีสาเหตุไม่ใช่เพราะเสียงของกาฟ แต่เป็นเพราะเจ้าของเสียงดันยืนอยู่บนตัวเขาต่างหาก จนเขาต้องด่าไปชุดนึง กาฟจึงรู้สึกตัวแล้วเดินลงมาจากตัวเขาพลางหัวเราะกลบเกลื่อน มัลโก้สบถกับตัวเองเบาๆ แต่แล้วก็มีบางอย่างดึงดูดสมาธิของเขา กลิ่นของอาหารที่อยู่ในมือของกาฟนั่นเอง

 

กาฟที่เห็นมัลโก้เหลือบมองขนมปังสีแปลกประหลาดในมือของตนก่อนหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วโยนลงให้กับมัลโก้

 

“อาหารของแก หิวละสิไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ถ้าเป็นฉันล่ะก็…ต้องอดข้าวแบบนี้ตายไปยังดีซะกว่า”

 

“พึ่งรู้ว่าทหารเรือมีรสนิยมทรมาณนักโทษแฮะ โยอิ” มัลโก้เอ่ยประชด…อันที่จริงอดข้าวแค่สามวัน มันไม่ทำให้เขาตายได้หรอกแค่หงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น

 

“เปล่า! ฉันลืมน่ะ” ตอบได้ไร้ความรับผิดชอบสมกับเป็นแกดี … มัลโก้คิด ในขณะที่ทหารฝึกหัดมาปลดหินไคโรเฉพาะที่มือของมัลโก้ออกเพื่อให้มัลโก้หยิบจับอาหารเองได้ มัลโก้เองก็ไม่ได้นึกรังเกียจในการกินอาหารของศัตรูสักเท่าไหร่ มีศักดิ์ศรีในเรื่องไม่เป็นเรื่องมันก็ไม่ได้ดีเสมอไป กาฟเองก็เป็นคนที่เชื่อถือได้ว่าจะไม่วางยาพิษในอาหารของเขาแน่นอน อย่างน้อยเขาต้องกินเพื่ออยู่รอด แล้วค่อยหาทางหนีไปหาพ่อ

 

พ่อ… พอนึกถึงตรงนี้มัลโก้ก็ถอนหายใจพลางยัดขนมปังสีแปลกเข้าปาก หวนนึกถึงเหล่าลูกน้องที่หนีกันไปได้ เรื่องของเขาในตอนนี้พ่อคงรู้แล้วว่ามีอะไรผิดปกติแต่คงไม่คิดว่าถูกจับแล้ว เขาต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด มัลโก้ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วงตนเองมากเกินไปจนทำอะไรบุ่มบ่าม

 

เปรี้ยง!

 

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นพร้อมกับเรือที่เอนไปด้านข้างส่งผลให้ข้าวของและคนที่อยู่บนเรือล้มลงอย่างไม่เป็นท่า

 

พายุ…มาเจออะไรตอนนี้เนี่ย!

 

มัลโก้คิดได้เท่านั้นก็ต้องชะงัก เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากร่างเขาหลังจากที่เขากลืนขนมปังเข้าไป ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดขนาดที่ว่าเขาเองยังต้องเผลอกรีดร้องออกมา!

 

“อ..อ้ากกก!!!”

 

“เกิดอะไรขึ้น!!” คราวนี้เป็นเสียงของกาฟที่ดังขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อมัลโก้ดิ้นทุรนทุรายเหมือนเจ็บปวดอย่างหนัก เหล่าทหารเรือในห้องและด้านนอกต่างตะโกนเสียงดังโหวกเหวกรับสถานการณ์แข่งกับเสียงพายุภายนอก มัลโก้เงยหน้าขึ้นมาสบตากาฟ ก่อนเค้นเสียงออกมา “แก…เอา…อะไรให้….แค่ก!…ฉันกิน…” จังหวะเดียวกันนั่งเองที่มีกุ๊กประจำเรือเปิดประตูเข้ามา

 

“พลโทกาฟ!! คุณหยิบอาหารสำหรับนักโทษไปผิด…”

 

เหมือนมัลโก้จะเห็นถึงลางหายนะบางอย่าง

 

 “…นั่นเป็นยาทดลองตัวใหม่สำหรับผู้ใช้ผลปีศาจของเวก้าพังค์ที่ผิดพลาด รัฐบาลโลกฝากให้เอาไปส่งคืนที่พังค์ฮาซาด ต่างหากครับ!!”

 

“ซวยล่ะลืมไปซะสนิท!/ว่าไงนะ!” มัลโก้กับกาฟตะโกนประสานเสียงกัน จังหวะเดียวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่เรือ ประตูที่กุ๊กประจำเรือเปิดค้างอยู่นั้นทำให้น้ำทะเลภายนอกทะลักเข้ามาในห้อง เตรียมลากชีวิตทั้งหลายบนเรือลงสู่ท้องทะเล มัลโก้กัดฟันทนต่อความเจ็บปวด ร่างกายที่อยู่ในน้ำนั้นอ่อนแรงและร้อนยิ่งกว่าเดิม เขาพยายามจะคว้าราวเหล็กของเรือไว้ มัลโก้จับมันไว้ได้แต่ก็หลุดมือไปเพราะร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง ความสิ้นหวังปรากฏชัด เขาได้แต่หลับตาลงเตรียมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับตน หลังจากที่เขาเห็นตัวเองถูกแรงคลื่นลากจนตกลงไปจากเรือ

 

สำหรับผู้ที่กินผลปีศาจ การตกทะเลแบบนี้ จุดจบคงมีแต่ความตาย

 

ขอโทษนะพ่อ…

 

 

นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิด ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลง

 

.

…..

…………

………………………..

 

 

อีสท์บลู หลังหมู่บ้านฟูชา ภูเขาคอลโบ 

 

บ้านโจรภูเขาตระกูลดาดัน 

 

“วันนี้เอสกับลูฟี่ยังไม่กลับอีกเหรอ” ดาดันเอ่ยถามเหล่าลูกน้องเมื่อเห็นเจ้าสองตัวแสบยังไม่กลับมายัง ‘ประเทศ’ ของตัวเอง ที่ก่อตั้งขึ้นมาหน้าบ้านของเจ้าหล่อน

 

“วันนี้คุณมากิโนะมาหาลูฟี่น่ะ แล้วชวนกลับหมู่บ้านชั่วคราววันนึงไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไร ส่วนเอสบอกจะไปล่าสัตว์แถวชายฝั่ง” ลูกน้องของดาดันคนนึงเอ่ยปากตอบ พลางคีบเนื้อที่ย่างสุกแล้วเข้าปาก

 

“งั้นเหรอ”…

 

ทำไมเธอถึงได้รู้สึกแปลกๆนะ…

 

รู้สึกเหมือนกำลังจะมีเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับเจ้าเด็กบ้านั่นยังไงก็ไม่รู้สิ….

 

 

ทางชายฝั่ง เสียงการต่อสู้และเสียงน้ำทะเลแตกกระจายดังสนั่นไปทั่ว เด็กชายกำลังใช้ท่อนเหล็กฟาดฟันกับปลาทะเลยักษ์ที่มาเกยตื้นอยู่บริเวณนี้  เขากระโดดขึ้นสูงหลบการโจมตีของสัตว์ประหลาดเบื้องหน้าก่อนขึ้นไปยืนบนหัวมันแล้วใช้ท่อนเหล็กจิ้มลงไปในตาของมันเต็มแรง!!

 

ปลายักษ์ดิ้นอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวดจนเด็กชายที่ยืนอยู่ต้องเซไปตามแรงนั้น เขาทำเสียงจิ๊ปากขัดใจ ก่อนดึงท่อนเหล็กออกมายืดสุดแขนแล้วฟาดหัวของมันแบบไม่ออมแรง

 

พรวด!!

 

หลังจากฟาดหัวปลาไปแล้วจนปลาแน่นิ่ง เด็กชายรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่พุ่งออกมาจากปากของมัน เขากระโดดลงมาจากปลาทะเลยักษ์แล้ววิ่งไปยังสิ่งที่กระเด็นออกมา เมื่อไปถึงเขาก็ได้แต่เลิกคิ้วแปลกใจ นัยน์ตาสีดำสนิททอดมองไปยังสิ่งมีชีวิตที่นอนแน่นิ่งตรงหน้าด้วยความสนใจ

 

“เป็ด…”

 

โปโตกัส D เอส วัยสิบสองปีพูดขึ้นก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะฟินิกซ์ที่กำลังหลับใหล…

 

“…สีฟ้า?”

 

 

 

 

 

TBC….

 

 

ตัดฉับ….//วิ่งหนี

 

โซนพูดคุย

กรี้ดดดดดดด ตอนแรกเสร็จแล้ววววว ปั่นเป็นชาติเศษค่ะ และตอนสองก็มีแววจะปั่นแก้เป็นชาติเศษอีกเหมือนกัน แต่ร่างโครงเรื่องไว้หมดแล้ว ช้าตรงที่เขียนแล้วก็ลบแก้ตลอด พยายามคำที่ดีกว่ามาใช้นี่แหละ มันแก้เป็นร้อยรอบเลยช้ามาก ฮ่าๆๆ

 

ติ่งคู่นี้ค่ะ ติ่งมากกก กร๊าซซซซ แบบว่า มันใช่มันโดน!! แต่ฟิคน้อยจริงงงง แต่งเองแม่ม! (แล้วก็มีแววดองยาว TwT)

 

แบบหัวมันแล่นนะ คิดได้หลายฉากมาก แต่พอพิมพ์เท่านั้นแหละ สะดุดล้มคลืนนนนน  แง้

 

จุดพลุฉลองค่ะ ตอนแรกในที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์แล้วได้ลงซะดี ตอนสองคงรีไรท์อีกหลายรอบถึงค่อยเอามาลง  เขียนเองขัดใจเอง

 

ช่วงนี้กลับมาบ้าวันพีชแบบบ้าคลั่งค่ะ เสพได้ทุกคู่ที่มันสนุก(ฮา) ไม่อ้อนแอ้น แมนๆทุกคน ชุ่มชื่นหัวใจจจจจ (เอ๊ะ กำเดาไหล) คนแต่งฟิควันพีชสนุกๆหายากก็จริงแต่ถ้าเทพแล้วคือเทพเลย ติดงอมแงมมาก ประทับใจค่ะ ฮ่าๆๆๆ (

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ  เปิดตอนแรกเห็นแววคุกของเฮียมัลโก้มาแต่ไกล เพราะหนูเอสพึ่งสิบสองปีค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ //โดนเฮียเตะกระจุย

 

ยังไงก็รับฟิคนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ แต่งสุดฝีมือได้แค่นี้แหละ ก๊ากกกกก

 

 

แบบว่าอยากแต่งอ่ะ อยากแต่งหนูเอสตอนเด็กกกกกก (เหตุผลแค่นี้แหละ)

ปล มัลโก้พูดลงท้ายว่าโยอิ แบบต้นฉบับญี่ป่นนะคะ แต่เราไม่ลงท้ายทุกประโยค เพราะมันจะรู้สึกแปลกๆ เราจำเป็นต้องใส่ (ทั้งๆที่ในรวมเล่มแปลไทยไม่มี) เพราะมันจะมีผลกับเรื่องในอนาคตค่ะ

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
แงงงงงงงง แจ่มแท้แจ่มหลายเลยค่ะมุกซังงงงงง >//////<
จับคาแรคเตอร์ปูกาฟมาชัดมั่กจนสงสารเฮียโก้เลย55555
ถาษาไม่วกวนเลยนะ ไม่วกวนเลย อ่านแล้วภาพผุดขึ้นมาเป็นฉากๆเลยล่ะค่ะ
เฮียโก้ดูเงียบๆมึนๆและแอบกวนทรีนแบบน่าจับถอนขนมากๆเลยค่ะ open-mounthed smile ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็นอนขวางทางเดินแม่งเลยแล้วกัน 555555 //ทึ้งขนเป็ด ฟฟฟฟฟ
ชาบูในความอินดี้สุดลิ่มทิ่มประตูของปู่การ์ฟ เอิ๊กๆ open-mounthed smile
บ้าจริง ปู่คะะะ ปู่พลาดแล้วววว ปู่กำลังชี้ช่องให้มีตาแก่คนนึงพรากผู้เยาว์นะคะะะะะ ฟฟฟฟฟ  //อีโมบ่งบอกมาก 5555
ทุกคนใจร้ายกับเฮียโก้ ทำไมทุกคนเข้าใจว่าเฮียโก้เป็นเป็ดดดดด ฮาาาาาา cry
โดนปลาแดร๊กแบบนั้น ศักดิ์ศรีลูกคนโตของขุ่นพ่อคงไม่เหลือแล้วสินะคะ 5555555 //ถ้าซัจรู้คงล้อยันลูกบวด =v=b กรั่กๆๆๆ
 
เรื่องนี้เฮียโก้ช่างซวยแท้ 555 แต่ไม่เป็นไรนะคะ เนื้อคู่ของเฮียมาแล้วนะ>/////<
ไนท์ชอบเรื่องนี้นะคะมุกซังงง*////* //อ้าแขนรับฟิคเข้ามาไว้ในอ้อมใจ 5555
มีบทนำมาแล้ว อย่าลืมตอนต่อๆไปนะก๊ะ ฟฟฟฟฟ
//วิ่งตาม
เป็นกำลังใจให้นะคะcry

#1 By Triple_night on 2014-06-30 06:22

Recommend